| http://www.centerforsocialmedia.org/member/56268/ |
2 เดือนสื่อทีวีโตขึ้น 10%
แหล่งข่าวจากวงการเอเยนซี กล่าวว่า ปัจจุบันเรตติ้งรายการข่าวในภาพรวม ถือว่าสูงขึ้น เนื่องจากคนไทยหันมาสนใจข่าวสารบ้านเมือง และติดตามสถานการณ์ต่างๆ ขณะที่รายการแต่ละช่องก็มีการปรับตัว ปรับวิธีการนำเสนอให้มีความแตกต่างและแข่งขันกันสูงขึ้น ซึ่งมองว่าแนวโน้มในระยะอันใกล้ ทิศทางการนำเสนอข่าวนั้น จะแตกเป็นเซ็กเมนต์ย่อย หรือจับกลุ่มเฉพาะมากขึ้น เช่น ข่าวกีฬา ข่าวเยาวชน และข่าวคุณภาพชีวิต รวมทั้งวิธีการนำเสนอจะเจาะลึกกันมากขึ้น แน่นอนว่า ขณะนี้เม็ดเงินโฆษณาที่มาลงในสื่อโทรทัศน์ในภาพรวม ถือว่าดีขึ้นตามไปด้วย โดยตัวเลขการใช้สื่อดังกล่าวในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา เติบโตขึ้น 10%
ทีวีแห่ปรับค่าโฆษณา
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ พบว่า ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 สี จะมีการปรับแพกเกจการขายโฆษณาใหม่ โดยเฉพาะแพกเกจการขายในช่วงไพร์มไทม์ จากปกติจะขายที่นาทีละ 4.5 แสนบาท เดิมจะมีแถมให้อีก 1 นาที ในช่วงนอนไพร์มไทม์ ที่มีราคาขายที่ 1.2 แสนบาท หลังจาก 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป จะยกเลิกการแถมโฆษณาให้ ส่งผลให้เมื่อมองในความเป็นจริงแล้ว ถือได้ว่าช่อง 7 มีการปรับราคาโฆษณาสูงขึ้นแทน แม้ว่าตัวเลขราคาขายจะเท่าเดิมก็ตาม
ส่วนทาง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นั้น เป็นอีกช่องหนึ่งที่มีการปรับลดการแถมเวลาโฆษณาลงไปแล้วเช่นกัน โดยได้ปรับมาตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากเดิมแพกเกจราคาโฆษณาในช่วงไพร์มไทม์ 1 นาที ของทางช่อง 3 จะแถมเวลาโฆษณาให้ในช่วงนอนไพร์มไทม์ 2 นาที ได้ลดเหลือเพียง 1 นาทีแทน จึงมองว่าราคาโฆษณาช่วงไพร์มไทม์ของทางช่อง 3 ยังถูกกว่าช่อง 7
แหล่งข่าวยังกล่าวต่อว่า สำหรับสื่อเคเบิลทีวีนั้น ปีนี้อาจจะได้เห็นตัวเลขโฆษณาในสื่อดังกล่าวสูงขึ้น หรืออาจะทำได้ถึง 5% ของเม็ดเงินโฆษณาในสื่อโทรทัศน์ ส่วนหนึ่งมองว่า สื่อฟรีทีวีการลงโฆษณาตอนนี้ ถือว่า ค่อนข้างเต็ม ลูกค้าทุ่มงบประมาณมาเล่นในสื่อนี้สูงมาก และพอไม่มีที่ลง สื่อเคเบิลทีวีถือเป็นอีกสื่อที่ลูกค้ามองเป็นทางเลือกที่สองมากขึ้น โดยกลุ่มสินค้าหลักที่หันมาใช้สื่อนี้ คือ กลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักส์ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรากหญ้าได้อย่างทั่วถึง
เคเบิล-ดาวเทียมดูดแชร์โฆษณา
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมตัวเลขสื่อทีวีทั้งหมดนั้น มองว่า ปีนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ฟรีทีวี จะเหลือ 93% เคเบิลจะเข้ามาชิงโฆษณาได้ 2% และอีก 3% จะมาจากทีวีดาวเทียม ขณะที่ในกลุ่มฟรีทีวีนั้น คาดว่า ปีนี้ทั้งปีน่าจะมีตัวเลขการเติบโตได้ถึง 2 หลัก เพราะนอกจากลูกค้ายังพร้อมเทงบโฆษณามาเล่นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้นก็ตาม พบว่า ปีนี้ยังมีอีเวนต์ใหญ่ อย่าง การแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่มองว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้มีเม็ดเงินโฆษณาทะลักเข้าสู่สื่อ ทีวีอีกเป็นจำนวนมาก เพราะแมตช์การแข่งขันส่วนใหญ่ คนไทยจะสามารถรับชมได้ดีกว่าครั้งที่ผ่านมา
ช่อง 5 เล็งรับโฆษณาน้ำเมา
พลโท กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ รายการโฆษณาแฝงในช่อง 5 ได้ลดลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว และเทียบกับไตรมาสสุดท้ายปี 2552 นอกจากนี้ จากมติ ครม.ที่ให้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ องค์กรที่ผลิตเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้นั้น ทางสถานีได้ให้ฝ่ายนิติกรติดตามความคืบหน้า และพร้อมเริ่มปฏิบัติตามเมื่อมีสภาพเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ต่อไป แต่ปัจจุบันยังต้องปฏิบัติตามระเบียบ ที่ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกช่วงเวลา
สำหรับนโยบายด้านรายการข่าวของช่อง 5 นั้น พลโท กิตติทัศน์ กล่าวว่า ยังคงอัตราเดิมแม้มีตัวเลขผลประกอบการไตรมาสแรกสูง 8-9% จากการปรับขึ้นค่าโฆษณา 5% เมื่อต้นปี ที่ผ่านมาซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การตลาดและสภาพเศรษฐกิจ
โดย นายสุรศักดิ์ มุกประดับ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น เอส มีเดีย จำกัด ซึ่งดูแลการขายโฆษณากับ ช่อง 5 ช่วงข่าวสั้น ระบุว่า ช่วงนี้ถือเป็นโปรโมชันให้ลูกค้า ที่ลงโฆษณากับ ช่อง 5 เพราะแม้ว่าเรตติ้งรวมจะขยับขึ้น คุณภาพรายการดี มีผู้ชมมากขึ้น แต่ค่าโฆษณายังคงเดิม เพื่อเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และตอบแทนลูกค้าเดิมที่สนับสนุนโฆษณาอย่างต่อเนื่อง สำหรับตัวเลขการลงโฆษณาทางช่อง 5 นับว่า น่าพอใจ เนื่องจากการตอบรับในไตรมาสแรกโดยรวมดีขึ้นกว่าปีก่อน ประมาณ 5-10%
ส่วน นายสมชาย รังษีธนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท 3A มาร์เกตติ้ง จำกัด ซึ่งดูแลโฆษณารายการข่าวภาคค่ำ ช่อง 5 กล่าวว่า พอใจภาพรวมการลงโฆษณาในขณะนี้ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยลงโฆษณาทางโทรทัศน์ และยังยืนยันไม่ปรับราคา เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ และสังคมยังมีความแปรปรวน
“เมื่อช่องอื่นมีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้น ก็จะมีผลให้ช่อง 5 เป็นทางเลือกสำหรับเอเยนซี และผู้ประกอบการมากขึ้น นับเป็นผลกระทบเชิงบวกต่อ ช่อง 5 มากกว่า อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าตัวเลขส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาทีวีของ ช่อง 5 ยังคงอยู่ในอัตรา 22% ครองอันดับ 3 เช่นทุกปีที่ผ่านมา” นายสมชาย กล่าว
No comments:
Post a Comment